เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเมืองจักรยานอันดับต้นๆ ของโลกส่วนมากอยู่ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก ชาวเมืองแอมสเตอร์แดมที่ขี่รถถีบไปทำงานเป็นประจำมีมากถึงร้อยละ 40 โคเปนเฮเก้นร้อยละ 32 และครึ่งหนึ่งชาวยุโรปขาปั่นเป็นผู้หญิง ตามสัดส่วนประชากรหญิงชาย

ตรงข้ามกับสหรัฐอเมริกา สังคมวัฒนธรรมรถยนต์ตัวพ่อ มีคนขี่รถถีบเพียงร้อยละ 2 และเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า

เมื่อปีที่แล้ววารสาร Scientific American หยิบยกปรากฎการณ์นี้มาพิจารณา และสรุปว่าหากจะส่งเสริมการใช้จักรยานเพื่อแก้ปัญหาจราจรเมืองในระดับนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องมุ่งตอบคำถามให้ได้ว่า “ผู้หญิงต้องการอะไร?”

ลองฟังเหตุผลเขาก่อนด่วนปัดโจทย์ทิ้งโทษฐานแฝงอคติทางเพศ

เรากำลังพูดถึงการขี่จักรยานเพื่อสัญจรไปมา ไปทำงานทำธุระในเมืองตามปกติชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การขี่จักรยานเพื่อนันทนาการในวันหยุด

เมืองหลายเมืองในอเมริกามีเส้นทางจักรยานเพื่อนันทนาการ ขี่เพลินๆ ตามหมู่ไม้ในชานเมืองหรือพื้นที่สีเขียว แต่ถ้าจะขี่สัญจรทำธุระปกติก็ต้องขี่บนถนนใหญ่กับรถยนต์ ซึ่งอาจมีทางจักรยานแคบๆ ทาสีไว้ให้ อาศัยความชำนาญและไหวพริบหลบหลีกรถยนต์ที่อาจเบียดเข้ามาหรือเปิดประตูผางชนจักรยานล้ม ต่างจากหลายเมืองในยุโรปที่มีทางจักรยานพิเศษ บางทีเป็นเส้นทางของตัวเอง บางทีเป็นพื้นที่แยกจากรถยนต์ด้วยพื้นต่างระดับเล็กน้อยหรือมีสิ่งกีดขวางกั้นรถยนต์ เป็นเครือข่ายทั่วเมือง และเมื่อเส้นทางจักรยานเชื่อมต่อลงถนนสายหลัก แม้จะเหลือเป็นเพียงทางทาสี แต่รถยนต์ก็ถูกจำกัดความเร็วและคุ้นเคยกับการขับขี่ร่วมกับจักรยาน ให้ความเคารพจักรยานเป็นพาหนะสัญจรปกติ

โดยธรรมชาติผู้หญิงมักจะเลี่ยงการเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย อันนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงขี้ขลาด ผู้หญิงกล้าหาญมากถ้าจะต้องปกป้องสิ่งที่รักและหวงแหน สัญชาตญานเสือแม่ลูกอ่อนเข้าสิงทันที ตายเป็นตาย แม่สู้ขาดใจ ฉันเห็นมาเยอะแล้ว ก็ผู้หญิงจำนวนมากในวงการอนุรักษ์นี่แหละ ทั้งมด วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์แห่งน้ำแม่มูล รตยา จันทรเทียรแห่งป่าตะวันตก แม่ฉันเอง—สมานสนิท สวัสดิวัตน์แห่งป่าต้นน้ำแม่สอย และหญิงใจทองอีกมากมาย กล่าวชื่อกันไม่หวัดไม่ไหว

แต่ถ้าให้เสี่ยงโดยไม่จำเป็น ผู้หญิงมักจะเลี่ยง รักษาชีวิตไว้ดูแลคนที่รักสิ่งที่หวงดีกว่า

ศาสตร์ของโยคะรับรู้กายภาพด้านต่างๆ ของมนุษย์ถึง 10 กาย ตั้งแต่กายหยาบถึงกายละเอียดแบบต่างๆ ทั้งหญิงชายมีเหมือนกันหมด ยกเว้นกายเดียวคือกายภาพที่เรียกว่า Arc Line จะแปลไทยว่า “พลังวงโค้ง” หรือ “วงเกราะ” มันก็ทะแม่งๆ อยู่ จะให้เรียกภาษาแขกก็ไม่รู้จักอีก เพราะอ่านตำราโยคะเป็นภาษาอังกฤษ เลยขออนุญาตทับศัพท์ฝรั่ง มันเป็นแนวพลังระหว่างจักรวาลนอกตัวกับกายอื่นๆ ในตัวเรา ที่คนโบราณมักเขียนเป็นวงแสงรอบหัวหรือเฮโล (halo) หรือวงแหวนเหนือหัวเทวดา ผู้ชายจะมีอยู่วงเดียว ก็วงรอบหัวนั่นแหละ แต่ผู้หญิงจะมีสองวง ได้แก่วงรอบหัว และอีกวงรอบอก

หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ Arc Line คือการรับข้อมูลจากภายนอก ช่วยให้เรารับรู้ภัยอันตรายหรือรู้โอกาสดีๆ เช่น แหล่งอาหาร ที่พักพิง หรือมิตรภาพได้ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะแสดงออกมาให้เห็นด้วยตา หู จมูก หรือประสาทสัมผัสอื่นๆ Arc Line จึงเป็นกายส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องคุ้มครองเรา เป็นเครื่องมือสำคัญของการใช้สัญชาตญาณ

คงเป็นเพราะผู้หญิงต้องกระเตงลูกน้อยอยู่แนบอก ดูแลถึงสองชีวิต จึงต้องมี Arc Line ถึงสองอัน

สัญชาตญาณหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเป็นโปรแกรมที่ฝังลึกในตัวผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงมักจะเลี่ยงใช้เส้นทางจักรยานทางตรงแต่อันตราย ยอมขี่อ้อมไกลๆ บนเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า ตัวฉันเองก็ทำอย่างนั้น สมัยเป็นนักศึกษาในกรุงลอนดอน ฉันขี่จักรยานไปทุกหนแห่ง ถือว่าเป็นนักปั่นรุ่นเกือบๆ บุกเบิกคนหนึ่ง เพราะสมัยนั้นลอนดอนไม่สนับสนุนจักรยานเหมือนในสมัยนี้ กลุ่มรณรงค์จักรยานเพิ่งจะทำแผนที่แนะนำจักรยานฉบับแรกขึ้นมา เป็นไบเบิ้ลติดกระเป๋าพาฉันซอกแซกหาเส้นทางดีๆ ขี่ทั่วกรุง เส้นที่ใช้ขี่ไปมหาลัยมีอยู่ 2-3 เส้น แต่เส้นตรงที่สุดคือเส้นที่ผ่านถนนอ๊อกซ์ฟอร์ดย่านช้อปจอแจ ฉันจะเลี่ยงเส้นนี้เสมอ อย่าว่าบ้าเลย แต่ฉันเห็นภาพตัวเองประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นนี้ เป็นลางล่วงหน้าชัดเจน

วันหนึ่งมีธุระด่วน ไม่อยากงมงายไร้เหตุผล เลยตัดสินใจใช้เส้นนี้ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ ในรูปแบบรายละเอียดเดียวกับที่เห็นภาพเดี๊ยะเลย ฟันหน้าหักไปหนึ่งซีก ที่เห็นยิ้มร่าอยู่ทุกวันนี้เป็นฟันปลอม

มันไม่ทำให้ฉันเลิกขี่จักรยาน แต่ทำให้ฉันเคารพสัญชาตญาณตนเอง

นิสัยอีกอย่างของผู้หญิงคือเป็นนักปฏิบัติ การเลือกเทคโนโลยีของเราต้องสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิต ในเมืองที่เส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยไม่เชื่อมต่อกับสถานที่ทำธุระประจำวันของเรา ไปที่ทำงาน ไปร้านค้า ไปตลาด ไปส่งลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่เลือกใช้จักรยาน

การสำรวจยังพบว่าผู้หญิงชอบเลือกเส้นทางที่รื่นรมมากกว่าผู้ชาย ชอบเส้นทางมีต้นไม้ เลียบน้ำ ขี่สบายๆ แต่งตัวสวยๆ มั่งก็ได้ ไม่ต้องใส่ชุดทะมัดทะแมงหลบหลีกยานยนต์เฟี้ยวฟ้าวราวปลาข้างเหลือง

จำได้ว่า ฉันมักพบสาวนักปั่นนางหนึ่งตามเส้นทางที่ขี่ไปมหาลัยในลอนดอน เธอแต่งตัวสวยเหมือนตุ๊กตาแทบทุกวัน ชุดที่ฉันยังจำติดตาเป็นกระโปรงสั้นฟูบานหลายชั้นสีชมพู เธอขี่เสือหมอบเฟรมผู้หญิงเหมือนกับฉัน ขี่ได้เร็วและแข็งแรง ดูเหมือนนกกระจอกเทศสาว เธอทำให้ถนนสดใสสวยงาม

ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจแก้ปัญหาโลกร้อน ปัญหามลภาวะอากาศ ปัญหาจราจร อยากทำกรุงเทพให้น่าอยู่ และคิดส่งเสริมการใช้จักรยานจริงดังปากว่า รัฐบาลต้องทำมากกว่าขีดเส้นจักรยานบนถนนที่ปลอยให้รถยนต์ทับตลอดเวลา หันมาคิดใหม่ว่าจะออกแบบการสัญจรในกรุงเทพอย่างไรที่จะทำให้ลูกสาวตัวเองขี่จักรยานได้

เพราะสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความสะดวก ปฏิบัติใช้จริงง่าย ความงาม ความสุนทรีย์ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เมืองน่าอยู่

เขียนไปก็รู้ว่ารัฐ เมียรัฐ ลูกรัฐไม่คิดออกมาจากรถเบนซ์อยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องของแม่เสือทั้งหลายต้องช่วยกันปลุกสัญชาตญานแม่ลูกอ่อน ลุกขึ้นมาเรียกร้องเมืองที่เราต้องการให้แก่คนที่เรารัก

กรุงเทพธุรกิจ: โลกในมือคุณ, กันยายน 2553

Advertisements