ใครๆ ก็เกลียดมอเตอร์ไซต์

ทั้งคนขับรถ คนเดิน คนขี่จักรยาน และแม้แต่ผู้ใช้บริการมอเตอร์ไซต์แท็กซี่เวลาที่ไม่ได้ใช้บริการ

ทุกคนล้วนมีเรื่องราวประสบการณ์เฮงซวยรายวันกับมอเตอร์ไซต์ คนขับรถเจอมอไซต์ปาดซ้ายปาดขวาเฉี่ยวรถเป็นประจำ บางทีทำหูช้างหักแล้วเผ่นเลย แต่ถึงอย่างไรคนนั่งรถก็ยังมีรถทั้งคันห่อหุ้มปกป้องอยู่ คนใช้ถนนที่โดนกระทบมากที่สุดแน่นอนว่าเป็นคนที่อ่อนแอกว่า ได้แก่ คนเดินและคนขี่จักรยาน

มาลองร่ายรายการความประพฤติน่ารังเกียจของมอเตอร์ไซต์กันดู

– ขึ้นมาวิ่งบนฟุตบาท อันนี้เป็นความเลวอันดับหนึ่ง และนับวันดูจะเลวร้ายขึ้นทุกที ไม่กี่ปีก่อนยังรู้สึกว่าเวลามอไซต์ขึ้นมาแล่นบนฟุตบาทยังมีทีท่าเกรงใจคนเดินกันอยู่บ้าง ทำตัวเป็นแขกผู้มาเยือน มีการรอคนเดิน หรือเลี่ยงลงถนนเมื่อประจันหน้ากัน หรือเมื่อเรายกมือถือขึ้นถ่ายรูป ยังละอายวิ่งลงถนนไป แต่เมื่อไม่มีใครทำอะไร และแม้แต่ตำรวจยังขี่มอไซต์โลดแล่นบนฟุตบาทเสียเอง ปัจจุบันเหล่ามอเตอร์ไซต์จึงถือเป็นเรื่องปกติที่เขาจะขึ้นมาวิ่งเล่นปร๋อได้ตามสบาย โดยเฉพาะเวลารถติด ด้วยสปีดที่เร็วขึ้นๆ ทุกที และด้วยจำนวนที่มากขึ้นทุกวัน คนเดินมีสภาพเหมือนเดินฝ่าฝูงแตนยักษ์ ทั้งจ่อหน้าเสยหลังแถมปีปแตรไล่ วันก่อนฉันยังโดนเฉี่ยวเฉียดจนลมวูบผ่านหวืออย่างแรง ถ้าบังเอิญเดินเฉหลบท่อไปนิ้วเดียวคงได้ไปนอนโรงพยาบาล

– ยึดเลนจักรยานเป็นของตัวเอง เลนจักรยานบนถนนสาทรปัจจุบันนี้กลายเป็นของมอไซต์แล้ว เมื่อก่อนพวกเขาแค่เข้ามาวิ่งบนเลนจักรยาน แต่เดี๋ยวนี้ถึงกับออกปากตะโกนไล่จักรยานให้หลบขึ้นไปบนฟุตบาท จนจักรยานที่เคยเพิ่มจำนวนขึ้นบนถนนสาทรเริ่มหดหายไป แน่นอนว่าตำรวจไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือจักรยานเลย

– ฝ่าไฟแดงตามสี่แยก อันนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำมาช้านาน

– ขี่ย้อนศร แซะเข้าทางซ้ายของคนขี่จักรยานที่ปั่นมาตามลู่ทางปกติเพื่อบีบให้จักรยานต้องเป็นฝ่ายเสี่ยงรถยนต์ อ้อมมอไซต์ออกมาทางขวา

– ไม่เคยจอดให้คนข้ามถนนตามทางม้าลาย ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่คันเดียว

ว่าไปแล้ว ชีวิตและพฤติกรรมของมอเตอร์ไซต์มีอะไรคล้ายๆ กับหนูท่อ (จริงๆ ชื่อที่ถูกต้องคือ “หนูท้องขาว” แต่ชื่อ “หนูท่อ” ได้อารมณ์สอดคล้องกับชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rattus rattus มากกว่า) มันเป็นสัตว์ที่ปรับตัวได้ดีเยี่ยมในทุกสภาพ ซอกแซกไปที่ไหนก็ได้ และสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เก่งกาจรุกรานเข้าไปยึดได้ทุกถิ่นที่ไม่มีสัตว์ผู้ล่า ตั้งตัวเป็นผู้ล่ารังแกสัตว์เล็กสัตว์น้อยอื่นๆ แทน

ดังนั้น ทางเดินและทางจักรยานที่กทม.ทำขึ้นมาจึงมักมีบันไดชันหรือเสาปักขวางกั้นเพื่อป้องกันมอเตอร์ไซต์รุกล้ำ ซึ่งหมายความว่าคนพิการนั่งรถเข็นเข้าออกไม่ได้ หลายแห่งคนขี่จักรยานก็ยกจักรยานไม่ไหว ทางที่ทำขึ้นมาก็เลยไม่มีคนใช้ประโยชน์ จนกทม.สรุปว่าไม่มีคนอยากขี่จักรยาน

ฉันไม่เคยชอบคนที่ชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า ฉันจึงเป็นคนเมืองอีกคนหนึ่งที่มีปฎิกิริยาตอบโต้ไม่ชอบมอเตอร์ไซต์ บางครั้งถึงขั้นเป็นปากเสียงกับมอเตอร์ไซต์ที่ทำตัวเป็นมาเฟียแถวบ้านละเมิดสิทธิคนเดิน จนคนใกล้ชิดหวั่นใจในในสวัสดิภาพ

ก็ฉันไม่อยากยอมรับสภาพเพราะสยบต่อความกลัว

แล้วความโกรธ ความเกลียดล่ะ? ทำไมเราจะยอมตกอยู่ใต้อำนาจมัน?

วันนี้ฉันจึงพยายามเข้าใจมอเตอร์ไซต์ ลองนั่งที่นั่งพวกเขาดูบ้าง

มอเตอร์ไซต์เป็นพาหนะคล่องตัว กินพื้นที่ถนนไม่มากเช่นเดียวกับจักรยาน แต่มันมีกำลังแรง (และปล่อยมลพิษ) เช่นเดียวกับรถยนต์ การจราจรแทบทั่วโลกจึงจัดสรรมอเตอร์ไซต์ไว้กับรถยนต์ แต่ก็ไม่ได้สิทธิเดียวกับรถยนต์ เราห้ามมอเตอร์ไซต์ขึ้นทางด่วน ห้ามขึ้นสะพานหรืออุโมงค์ข้ามทางแยก มอเตอร์ไซต์ต้องแล่นตามพื้นธรรมดาไปรอติดไฟแดง การจราจรบอกให้มอเตอร์ไซต์ใช้เลนซ้าย แต่ในเมื่อรถยนต์เข้าไปใช้ทุกเลน ทั้งเลนซ้ายเลนขวาเลนกลางจนปิดกั้นการสัญจรไปทั้งถนน ทั่วทั้งเมือง จะไปหวังให้มอเตอร์ไซต์อยู่แต่เลนซ้ายได้อย่างไร ในเมื่อมีช่องให้แทรกไปได้ระหว่างรถเขาก็ไปสิ ฉันขี่จักรยานฉันก็แทรก จะหยุดจอดดมไอเสียที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ปล่อยไปทำไม

ในเมื่อนโนบาย การออกแบบถนน ตลอดจนกฎระเบียบจราจรคิดถึงแต่รถยนต์เป็นหลัก มองมอเตอร์ไซต์เป็นเพียงชนชั้นล่างตัวคล่องๆ ไว้วิ่งทำธุระ ตั้งแต่ส่งเอกสารจนถึงลั่นไกปืน แน่นอนว่ามอเตอร์ไซต์ก็ต้องช่วยตัวเอง กูไปไหนได้กูก็ไปตามศักยภาพ

เคยเฉลียวใจบ้างไหมว่าในสื่อทุกวันนี้เราแทบไม่ได้ยินเสียงของมอเตอร์ไซต์ในฐานะคนใช้ถนนเลย

เมื่อกี้ฉันจึงไปแวะนั่งคุยกับวินมอไซต์ในซอยหลังบ้านมา เราคุยถึงปัญหาคนเดินและมอเตอร์ไซต์ เมื่อฉันถามว่าถ้าจัดสรรเลนให้มอเตอร์ไซต์ใช้ร่วมกับรถเมล์ โดยห้ามรถยนต์อื่นๆ เข้ามาใช้จะโอเคไหม ทีแรกเขาตกใจมาก พูดทันทีว่าเป็นไปไม่ได้หรอกในเมืองไทย แต่พอพิจารณาสักพักก็บอกว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน

เราคงต้องคุยกันอีกเยอะ แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มยอมรับข้อเท็จจริงว่าบ้านเรามีมอเตอร์ไซต์มากมาย ไม่เหมือนเมืองฝรั่งที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงมอเตอร์ไซต์กันเท่าไหร่ รถจดทะเบียนในกรุงเทพ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นมอเตอร์ไซต์ เราจึงควรออกแบบการจราจรเพื่อมอเตอร์ไซต์บ้าง อย่าลืมว่าถนนเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการสัญจร ซึ่งทุกคนร่วมกันจ่ายภาษีทำนุบำรุง ทำไมเราจึงปล่อยให้ทั้งสังคมคิดว่ามันเป็นของรถยนต์เท่านั้น

ที่รถติดบ้าคลั่งทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะรถยนต์ทำให้ติดหรอกหรือ?

ลองให้ที่ทางและสิทธิแก่มอเตอร์ไซต์ เพื่อหยุดมอเตอร์ไซต์ละเมิดสิทธิผู้อื่น

กรุงเทพธุรกิจ: โลกในมือคุณ, กรกฎาคม 2555

Advertisements