304971_10151277910364263_974367411_n

ช่วงนี้คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยคงรู้สึกสุดระอากับบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้งแนวข่มขู่ประชาชนของทั้งสองพรรคใหญ่

ข้างหนึ่งขู่ให้กลัว “รอยต่อ” กว้างลึกดั่งหุบเหวแผ่นดินแยก หากประชาชนเทเสียงข้างมากไปเลือกคนที่ไม่สังกัดพรรครัฐบาล

อีกข้างก็ขู่ให้กลัวอำนาจชั่วไร้รอยต่อ ขอให้เลือกคนแสนดีไปคัดคาน

ทั้งสองฝ่ายแทบไม่มีเนื้อหาสาระ ไม่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลต่อเมือง มีแต่ขู่ให้เรากลัว แล้วก็ไปวางท่าขี่จักรยาน เดินลุยตรอก ทอดกล้วยแขก รับปากรับคำไปเรื่อยโดยไม่สนใจเลยว่าสิ่งที่พูดในวันพุธมันขัดแย้งกับสิ่งที่พูดไปเมื่อวันอังคารอย่างไร และไม่เคยต้องตอบคำถามในประเด็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนองนโยบายเลือกตั้งเหมือนอย่างที่นักการเมืองฝรั่งต้องตอบกันเลย

ถ้าพวกเขาไม่ได้คิดว่าเราเป็นแมงกะจั๊ว ก็คงคิดว่าเรากินแกลบกันจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงเวลา เราก็ไปเลือกตั้ง เพราะเราเคารพระบบเลือกตั้ง แต่บางคนมุ่งมั่นเลือกมากกว่าสี่ปีหน การเมืองคือชีวิตประจำวัน เขาใช้สิทธิออกเสียงเลือกสังคมที่เขาต้องการเป็นกิจวัตรในลักษณะที่เขาสามารถทำได้

หนึ่งในนั้นคือ “จันทร์จ๋า” หรือคุณชาฎา วรรณพงษ์

Slide3

จันทร์จ๋าเป็นเด็กชายผาดโผนจากโคราชที่เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวรักสวยรักงาม บัณฑิตอักษรศาสตร์รั้วจามจุรี สนใจปฏิบัติธรรมเจริญสติแนวหลวงพ่อเทียน และชอบลงไม้ลงมือช่วยงานสังคม

ไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณเห็นสาวแต่งตัวสวยทาปากแดงตอกตะปูโครมๆ ด้วยสมาธิเซน สร้างสะพานไม้ยูคาให้คนเดินเป็นแนวยาวกับกลุ่มอาสาสมัครตอนน้ำท่วมใหญ่

ช่วงหนึ่งปีมานี้ คุณอาจจะเห็นสาวงามนางนั้นตามงานรณรงค์จักรยานต่างๆ เธอมักใส่กระโปรงหวานย้อนยุค รองเท้าส้นสูง หมวกกันแดดปีกกว้าง ปั่นจักรยานแม่บ้านสีแดงเฉิดฉายที่เธอเรียกว่า “น้องอังศุมาลิน” หรือ “ฮิเดโกะ” แปลว่าพระอาทิตย์ มีดอกไม้ประดับติดอยู่บนตะกร้าจักรยาน แต่สามารถปั่นขึ้นเนินได้โลด แรงดีเสมอคนปั่นจักรยานไฮเทค

องค์ประกอบ จริต และความสนใจหลากหลายด้านในชีวิตของจันทร์จ๋าที่ดูเผินๆ เหมือนจะขัดแย้งกัน ประสานกันได้อย่างลงตัวเมื่อเธอปั่นจักรยาน

เธอออกไปซื้อจักรยานคันแรกให้ตัวเองหลังจากได้ดูรายการทีวี Bicycle Diary ได้ฟังแนวคิดเรื่องเมืองจักรยานและกระแส bike chic ในต่างประเทศ ก็รู้สึกว่าโดนใจ กูเกิ้ลอ่านเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ตก็พบว่าพ้องจ้องกับแนวคิดและธรรมชาติของเธอ

“สังคมเราแบ่งวรรณะกันในหลายๆ เรื่อง อย่างเรื่องเพศ เดิมผู้ชายเป็นผู้กำหนด จนผู้หญิงมาเรียกร้องสิทธิ ตอนนี้ก็เริ่มจะเท่าเทียมกัน เราก็หวังว่าต่อไปในอนาคตปัญหาของเพศที่สามจะได้รับการแก้ไขเช่นกัน ความไม่เท่าเทียมนี้ก็เกิดขึ้นบนท้องถนน รถยนต์เป็นใหญ่ จักรยานเป็นชนชั้นสอง แล้วในกลุ่มจักรยานยังมีการแบ่งวรรณะกันอีก ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น? จะแพงหรือถูกมันก็จักรยานเหมือนกัน ทำไมจักรยานแม่บ้านต้องเจียมตัว?

“จันทร์จ๋าชอบแต่งตัวสวยสไตล์ย้อนยุค วินเทจ ถ้าไปวัดก็ใส่ชุดไทยเรียบร้อยเคารพสถานที่ มันเข้ากับจักรยานแม่บ้าน แต่ทำไมจักรยานแม่บ้านจึงใช้กันแค่ขายล็อตเตอร์รี่ล่ะ จริงๆ มันก็คือจักรยานปั่นในเมือง เป็น city bike เราจะขี่มันไปไหนก็ได้ จะแต่งตัวแบบไหนปั่นจักรยานก็ได้ ถ้าคุณใส่ชุดอวกาศแบบนักจักรยานปั่นแล้วมีความสุขก็โอนะ จันทร์จ๋าไม่ใส่หมวกกันน็อคเพราะมันไม่ตอบโจทย์กับชุด ก็ใช้สติดูแลตัวเองแทน

“จักรยานกับคนขี่มันหลอมเป็นตัวเดียวกัน และเราเห็นคนบนอานจักรยานได้ชัด ผิดกับคนนั่งในรถยนต์ เมื่อเราปั่นจักรยานแล้วเรามีความสุข แต่งตัวสวยก็มีความสุข ความงามเป็นสุนทรียภาพ นำไปสู่เมตตา เราก็นำความงามของเราออกไปสู่ท้องถนน ทุกครั้งที่ปั่นออกไปจึงเป็นการรณรงค์ไปด้วย บางคนก็แซว แต่คนส่วนใหญ่เห็นเราปั่นสวยๆ มาก็จะทักทายยิ้มแย้ม ปั่นไปยิ้มไปแบ่งปันความสุขสดชื่น สันติภาพอยู่ตรงนี้แหละค่ะ

“เราใช้การแต่งตัว bike chic สื่อให้คนมองเห็นจักรยาน ไม่ได้เห็นจักรยานแม่บ้านคนจน แต่เห็นความงามและความสุข เราไม่สามารถให้ความบันเทิงแก่คนอื่นได้ ถ้าความปิติสุขนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากข้างในจริงๆ

“ฟังดูแล้วอุดมคติเว่อร์ไปไหมพี่?”

ตัวหนังสือไม่กี่ย่อหน้าคงถ่ายทอดความเป็น-อยู่-คือของเธอได้ไม่ดีนัก แต่คุยกับเธอแล้วรู้ได้ว่าจันทร์จ๋าไม่ใช่คนเว่อร์เพ้อเจ้อ เธอเป็นคนที่รู้จักธรรมชาติของตัวเอง ช่างพิจารณา ช่างสังเกต จนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจ

เป็นตัวอย่างของการเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคในสังคมประชาธิปไตยที่นักการเมืองคงไม่เข้าใจเท่าไหร่ เพราะเธอดูเหมือนดอกไม้บานติดตลกมากกว่ากำปั้นชูรัฐธรรมนูญ พูดภาษาสวยๆ มากกว่าศัพท์นักคิดนักวิจารณ์

หารู้ไม่ว่าเทพีอย่างเธอคือหลานย่าโมบนอานจักรยาน ปั่นประกาศอิสรภาพ สู่สันติและความเท่าเทียมบนท้องถนน ที่ที่เราสามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่เบียดเบียนกัน ไม่เบียดเบียนพื้นที่ ไม่เบียดเบียนอากาศหายใจ ไม่หยิบยื่นภัยอันตราย–หรือกระทั่งความตาย–ให้แก่กันทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน

เข้าไปรู้จักโลก bike chic กับเธอได้ที่เพจเฟซบุ๊ค “ชมรมกุลสตรีศรีจักรยานบ้านเมืองสยาม”

คอลัมน์โลกในมือคุณ กรุงเทพธุรกิจ กุมภาพันธ์ 2556

Advertisements