xayaburi map

เขื่อนไซยะบุรีกำลังจะเป็นเขื่อนอันแรกที่สร้างกั้นขวางแม่น้ำโขงสายหลักตอนล่าง อยู่บนจุดพิกัดที่ถือว่าเป็นจุดพิฆาตฆ่าแม่โขง

เขื่อนนี้จะตั้งอยู่ในประเทศลาว ใต้เมืองหลวงพระบาง เพื่อผลิตไฟฟ้า 1,285 เมกาวัตต์ ป้อนประเทศไทยเป็นหลัก สร้างโดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างไทย ช.การช่าง ด้วยเงินกู้จากธนาคารไทยหกแห่ง ได้แก่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงเทพ ธ.กรุงไทย ธ.กสิกรไทย ทิสโก้ และเอ็กซิมแบงค์ และจะก่อผลกระทบมหาศาลต่อระบบนิเวศแม่โขง ผืนแผ่นดินเขมรและเวียตนาม กระทบความเป็นอยู่ของประชาชนหลายสิบล้านคนในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง รวมถึงชาวบ้านอีสานของไทยเอง ในขณะที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ทั้งรัฐบาลเขมรและเวียตนามต่างก็แสดงความเป็นห่วง เคยร้องขอให้ชะลอการก่อสร้าง เพื่อการศึกษาที่รอบคอบถี่ถ้วนขึ้น เมื่อปีที่แล้วเขมรถึงขั้นเคยขู่จะฟ้องลาว แต่พี่ไทยกับน้องลาวก็มุ่งมั่นเดินหน้า เริ่มงานก่อสร้างแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยยังไม่มีแบบที่ละเอียด ไม่มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสำหรับแบบตัวใหม่ที่ใช้ก่อสร้าง และไม่เปิดเผยแผนชดเชยผู้ถูกกระทบ

นับเป็นจุดเริ่มความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน AEC ที่ไม่ค่อยจะน่ารักเท่าไหร่นัก

แม่โขงไม่ใช่ของไทยกับลาวเพียงผู้เดียว แต่มีผู้คนถึง 6 ประเทศใช้ร่วมกัน จีนยักษ์ใหญ่ครอบครองพื้นที่แม่โขงตอนบน ไม่เคยแคร์ใคร สร้างเขื่อนกั้นน้ำโขงสายหลักตอนบนไป 4 เขื่อนแล้ว เป็นตัวสำคัญที่ส่งผลให้ตะกอนในแม่น้ำโขงลดลง 50% เมื่อขาดตะกอนลงมาสะสมที่ปลายน้ำ ปากแม่น้ำโขงในเวียตนามจึงเริ่มถูกทะเลรุก จากเดิมที่มีแต่ผืนดินพอกเพิ่มขึ้น ปัจจุบันถูกกัดเซาะหายไปปีละ 5 เมตร และปุ๋ยแร่ธาตุที่มากับตะกอนแม่น้ำก็ลดลงปีละ 5% นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะพื้นที่ปากน้ำโขงเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุด เกินครึ่งหนึ่งของอาหารหลักที่คนเวียตนามกินมาจากที่นี่

ไทย ลาว กัมพูชา และเวียตนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ช่วงที่ไหลลงมาจากเขาสูงสู่พื้นล่าง เรามีข้อตกลงการจัดการแม่น้ำโขงร่วมกัน เป็นคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ Mekong River Commission (MRC) ข้อตกลงข้อหนึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า ประเทศสมาชิก เช่นกัมพูชาและเวียตนาม มีสิทธิเรียกร้องให้ลาวหยุดการก่อสร้างได้ หากพบว่าเขื่อนที่กำลังสร้างนี้ส่งผลกระทบรุนแรง

จึงน่าแปลกใจว่า สุ่มเสี่ยงขนาดนี้ เหตุใดธนาคารไทยจึงยอมปล่อยกู้ ?

แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์และกายภาพโดดเด่นกว่าแม่น้ำสายอื่นใดในโลก มันจึงมีพันธุ์ปลาหลากหลายถึง 850 ชนิด มากเป็นอันดับสองของโลก รองจากแม่น้ำอะแมซอน แม้ว่ามันจะเล็กกว่ามาก

ประชากร 60 ล้านคนที่อาศัยในลุ่มน้ำแม่โขงตอนล่างพึ่งพาปลาเป็นโปรตีนหลัก การประมงแม่โขงตอนล่างมีมูลค่าถึง 4 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี

และปลาน้ำโขงส่วนใหญ่เป็นปลาที่อพยพขึ้นลงแม่น้ำ

ถ้าเปรียบแม่น้ำโขงเป็นเสมือนร่างกายมนุษย์ จุดที่ตั้งเขื่อนไซยะบุรีก็เป็นเสมือนคอหอย เป็นพิกัดพิฆาต พุ่งเป้าไปตรงนี้ แม่น้ำทั้งสายจะตายอย่างรวดเร็ว

เพราะเขื่อนไซยะบุรีตั้งอยู่ใต้แหล่งผลิตกรวดแม่น้ำโขงตามธรรมชาติที่สำคัญที่สุด พื้นกรวดแม่น้ำคือแหล่งวางไข่ของปลา พูดง่ายๆ มันคือโรงทำคลอด ดังนั้น บริเวณนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่สำคัญที่ปลาแม่โขงมากมายหลายชนิด รวมทั้งปลาบึก ต้องว่ายขึ้นมาวางไข่แล้ว มันยังเป็นแหล่งสร้างพื้นที่วางไข่อื่นๆ ให้แก่ปลาในพื้นที่ท้ายน้ำใต้เขื่อนอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญแม่น้ำล้วนเห็นพ้องต้องกันว่าตำแหน่งที่ตั้งเขื่อนไซยะบุรีเป็นจุดยุทธศาสตร์ของชีวิตแม่น้ำโขง มีเอกลักษณ์ทางนิเวศที่ซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถออกแบบเขื่อนใดๆ ให้ “เหมาะสม” ได้ พูดง่ายๆ คือเป็นที่ที่ไม่ควรก่อสร้างเลย เพราะไม่สามารถหาทางลดผลกระทบให้เบาบางลงได้

แต่ทางวิศวกรที่ปรึกษาของลาวร่วมกับบริษัทผู้ก่อสร้างอ้างว่าเขื่อนที่เริ่มลงมือสร้างนี้ ได้ออกแบบใหม่หลังจากที่คนโวยวายกันเรื่องตะกอนและปลา แบบใหม่นี้ล้ำหน้าสุด มีมาตรการมากมายที่จะแก้ปัญหาตะกอนและปลาอพยพ โดยจะศึกษาข้อมูลพื้นฐานไปพร้อมกันระหว่างการก่อสร้าง ทำไปปรับไป

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรต้องศึกษาก่อนออกแบบหรอกหรือ? แม่โขงไม่ใช่ชั้นเรียนเด็กประถม ตกแล้วสอบใหม่ได้ สบายใจ

การก่อสร้างเพิ่งเริ่มต้น เรายังมีเวลาหยุดมันได้ ถ้าคนไทยจำนวนมากพอกับที่ค้านเขื่อนแม่วงก์ ช่วยกันส่งเสียงดังเท่ากับที่ค้านเขื่อนแม่วงก์ บอกให้รัฐบาลไทยรับทราบ บอกให้ธนาคารไทยรับทราบ บอกให้พี่น้องคนอีสาน คนเขมร คนเวียตนามรับทราบ ว่าประชาชนคนไทยไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่ได้เพิกเฉยต่อชีวิตและความเดือดร้อนของพวกเขา

ช่วยกันตะโกน หยุด! เขื่อนไซยะบุรี

กรุงเทพธุรกิจ, ตุลาคม 2556

Advertisements