Architect

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเว็บไซต์ไทยเน้นเรื่องสถาปัตยกรรมกับเมืองได้ประกาศรายชื่อ 5 อาคารยอดสร้างสรรค์แห่งปีของไทย

จากคำบรรยายประกอบการคัดเลือก ความสร้างสรรค์ในที่นี้ดูจะหมายถึงความเก๋ไก๋ สวยงาม น่าเล่น น่านั่งทำงานเป็นประเด็นหลัก ซึ่งการออกแบบให้คนทำงานเกิดความรู้สึกสุนทรีย์ สนุกสนาน มีปฏิสัมพันธ์กัน เป็นเรื่องสำคัญน่าชื่นชมแน่นอน และผู้เขียนก็อาจจะไม่สะดุดใจหากหนึ่งในห้าอาคารที่เลือกมาจะไม่ได้รวมถึงอาคารแห่งหนึ่งที่ผู้เขียนบังเอิญรู้จัก

มันเป็นอาคารที่ออกแบบมาให้ความเก๋มีคุณค่าเหนือการใช้งาน เป็นต้นว่า ทางเดินมีหลังคาคลุมกบาลเพื่อกันแดดกันฝน แต่เพื่อให้เก๋กว่าหลังคาคนอื่น ก็วางตำแหน่งหลังคาไว้สูงลิ่ว ดูแปลกตา ดังนั้น ถ้าแดดไม่ตรงหัวพอดิบพอดี หลังคาแสนเก๋นี้ก็ไม่สามารถให้ร่มเงาคนบนทางเดินได้ ถ้าฝนตกก็สาดกระจาย

ตัวอาคารห่อหุ้มด้วยกระจกชั้นเดียว ไม่มีชายคา ไม่มีฉากบังแดด จึงดูดความร้อนได้ดี เปลืองแอร์มากมาย เดือนหนึ่งสองล้านกว่าบาท

ผู้ประกอบการภายในอาคารจึงต้องหาทางปรับองค์ประกอบภายในเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการแสวงหาความร่วมมือกับคนในองค์กรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ประหยัดทรัพยากรและพลังงาน

ปรบมือให้กับการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่พวกเขาจะประหยัดได้อีกมากถ้าตัวอาคารถูกออกแบบมาด้วยความคิดสร้างสรรค์ในเชิงอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ต้น

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลก เราสามารถสร้างอาคารให้เก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงแดดได้ตามความเหมาะสม ถ้าอยู่ในเมืองหนาวก็ต้องการรับแดด ถ้าเมืองร้อนก็ต้องการหลีกเลี่ยงแดดตรง แต่เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับมัน โดยสร้างความต่างของอุณหภูมิในทิศทางที่เอื้ออำนวยให้เกิดการระบายอากาศ จากร้อนกลายเป็นเย็นได้อย่างแยบยล ถ้าเป็นเมืองมรสุม มีสภาพอากาศแปรเปลี่ยนอย่างมากในรอบปี ก็สามารถออกแบบให้อาคารปรับตัวได้ตามฤดูกาล เรื่องแบบนี้ไทยเรามีภูมิปัญญาดั้งเดิมให้พลิกแพลงกับอาคารสมัยใหม่ได้

อินเดียก็เช่นกัน ผู้เขียนเคยไปชมราชวังดีก ซึ่งนับว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมปรับตัวกับอากาศร้อนแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากทัชมาฮาล เขาออกแบบการระบายอากาศได้อย่างสลับซับซ้อน เดินเข้าไปเหมือนอยู่ในห้องติดแอร์ที่เย็นกำลังดี

เราดึงเอาความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดปรับปรุงได้ อาคารส่วนไหนที่ต้องพึ่งแอร์จริงๆ ต้องรักษาอุณหภูมิเย็นเป็นพิเศษ ก็จัดทำให้ประหยัดแอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เราพูดถึงสถาปัตยกรรมสีเขียวกันมาก แต่ทุกวันนี้เรายังคงเห็นอาคารเมืองร้อนที่สวยอย่างอาคารฝรั่ง เหมาะกับภูมิอากาศเมืองฝรั่ง

เป็นเรื่องที่คนนอกวงการสถาปัตย์ไม่ค่อยเก็ท ไม่เข้าใจว่าทั้งๆ ที่สถาปนิกต้องเรียนรู้เรื่องทิศทางแดดลม รู้วิธีเก็บเกี่ยวพลังงานรอบตัวให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยผ่านการดีไซน์ เวลาพูดเป็นหลักการทฤษฎี เขาก็พูดกันคล่อง แต่ทำไมเมื่อออกแบบจริงๆ เรากลับได้ตึกพึ่งแอร์เกินความจำเป็น

วันก่อนได้คุยกับเพื่อนสถาปนิกถึงเรื่องนี้ เพื่อนบอกว่ามันเป็นปัญหาของรสนิยมมากกว่าปัญหาความรู้ เราต้องปรับมุมมองเรื่องความงาม มองให้เห็นความงามของชายคา เห็นความสวยขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้อาคารในประเทศมรสุมเขตร้อนสามารถเย็นได้ตามธรรมชาติ

แต่นี่กลายเป็นว่าถ้าไม่งามตามเทรนด์ฝรั่ง ก็ไม่ใช่ดีไซน์ดีเท่เก๋ เดี๋ยวนี้คนฮิปต้องสไตล์โรงงานดิบๆ ก็เอาโกดังหลังคาสังกะสีมาติดกระจกติดแอร์ มันเท่มาก และนับเป็นความคิดที่ดีที่รู้จักใช้ของเก่าที่มีอยู่แทนทุบทิ้งสร้างใหม่ แต่ทำไมจึงไม่ปรับให้ประหยัดพลังงาน ซ้ำบางแห่งยังปล่อยให้มีรูให้แอร์รอดออกเต็มไปหมด

ไม่ต่างจากการมองคนไทยจมูกแบนผิวดำไม่สวย ต้องจมูกโด่งผิวขาว จั๊กแร้เนียนไร้รูขน แต่พอแฟชั่นเปลี่ยน คนผิวดำปากหนาอวบอิ่มโกอินเตอร์มากๆ จึงเริ่มเห็นสาวผิวคล้ำสวยกันบ้าง

เรากลายเป็นสังคมมีปมด้อย ปล่อยให้คนอื่นมากำหนดมาตรฐานรูปแบบความงาม ไม่สามารถงามได้เองจากรากเหง้าที่งอกเงยบนแผ่นดินของตนเอง

เราจึงเห็นตึกสไตล์เมดิเทอเรเนียนสวยๆ ฉาบปูนเล่นสีได้เหมือนตึกโบราณถิ่นทัสคานีในอิตาลี แต่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับป่าเขาที่ตั้งอยู่

ไม่ใช่ว่าเราจะรับอิทธิพลความงามจากคนอื่นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราต้องอนุรักษ์รูปแบบลายไทยฟ้อนกระดกช่อฟ้าศรีมาลัยตราบเท่ากัลปาวสาน แต่เราต้องเข้าใจธรรมชาติภูมิลำเนาของเรา ให้ธรรมชาติช่วยเรา ไม่ต้องออกแรงไปต้านมัน

ป่าเขตร้อนงดงามสง่าแบบป่าเขตร้อน จะงามแบบทุ่งดอกไม้อัลไพน์บนเขาหิมะได้อย่างไร

อยากให้สถาปนิกไทยมองหาความงามในรูปแบบที่ใช้งานเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้อาคาร คิดถึงความสะดวกสบาย สนุกสนาน สุนทรีย์ ควบคู่ไปกับการประหยัดพลังงานและกระเป๋าสตางค์ ให้เจ๋งจริงๆ ก็ออกแบบให้ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมมนุษย์ในวิถีของการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย รวมโจทย์ทั้งหมดแล้วจึงคิดหาทางออกที่สร้างสรรค์จริงๆ

ไม่มีรางวัลจะให้ แต่ก็อยากให้รางวัลกับสถาปัตยกรรมแบบนี้จังเลย

สถาปนิกมีบทบาทสูงในการสร้างบ้านแปลงเมือง เป็นศาสตร์ผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ ดึงดูดบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ในหลากหลายทักษะอยู่แล้ว โจทย์ท้าทายแค่นี้ สนุกเป็นบ้าเลย

กรุงเทพธุรกิจ กรกฎาคม 2557

Advertisements