You are currently browsing the category archive for the ‘biodiversity’ category.

ผลสำรวจ WQ บ้านขุนวาง

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี นักดูนกและนักนิยมธรรมชาติแขนงต่างๆ มีนัดกันที่ดอยอินทนนท์ในงาน Inthanond Census จัดโดยชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ด้วยพลังความร่วมมือจากจิตอาสาที่มีความรู้และทักษะจำนวนหลักร้อยคนทั่วประเทศ

จุดประสงค์คือร่วมลงแขกแยกย้ายกันสำรวจข้อมูลนกและความหลากหลายทางชีวภาพด้านอื่นๆ ที่ถนัด เพื่อติดตามเฝ้าระวังตรวจสุขภาพธรรมชาติดอยอินทนนท์ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย แหล่งระบบนิเวศไม่ธรรมดา บ้านของพืชและสัตว์หายาก หลายชนิดเป็นพันธุ์เฉพาะถิ่น ไม่พบที่อื่นใดในโลก

ปีนี้ ทีมนักสืบสายน้ำจากมูลนิธิโลกสีเขียวได้ขึ้นไปสำรวจสุขภาพของสายน้ำในย่านบ้านขุนวาง

Read the rest of this entry »

DSC02450

หลายอาชีพที่เราคุ้นเคยกำลังหายไปในโลกยุคใหม่หมุนเร็วติ้ว อย่าว่าแต่คนอายุ 50 ที่ตกงานเพราะโลกไม่ต้องการความถนัดเขาแล้ว รุ่นน้องอายุเพียง 30 ต้นๆ ก็เริ่มผวากลัวตกยุค ทั้งๆ ที่เขาโตมากับไอทีและใช้ได้คล่องแคล่ว

แต่อาชีพที่กำลังสูญพันธ์เร็วที่สุดและผู้เขียนเสียดายมากที่สุด ได้แก่ อาชีพนักอนุกรมวิทาน คือนักจำแนกพันธ์สิ่งมีชีวิตต่างๆ

Read the rest of this entry »

ไฟป่า Sarakadee cover

บ่ายวันนั้นลมแรง อากาศร้อนผ่าว ฉันจำได้ว่าเป็นวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ช่วงกลางปลายหน้าแล้งพอดี ไฟจากแปลงทดลองในป่าเต็งรังของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ในเขตรักษาพันธุ์ป่าห้วยขาแข้ง เกิดไหม้ลามปามจนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งมากันไฟไม่ให้ลามเข้าบริเวณบ้านพักฉันก็วิ่งเหมือนกัน แต่วิ่งไปวิ่งมาดูไฟด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงจริง ๆ มันต่างจากไฟทดลองในแปลงเล็ก ๆ ที่ฉันจุดเองในเดือนก่อน ๆ เนื่องจากหน้าแล้งปีนั้นออกจะชื้นมาก อากาศในเดือนมกรา-กุมภาก็หนาวเย็นไฟที่ไหม้ในช่วงนั้นไหม้เป็นเพียงหย่อม ๆ ลามไม่ไกลก็มอดดับ แต่คราวนี้ไฟลุกฮือ เปลวสูงถึง ๒ เมตรกว่า ไหม้ทั้งกอหญ้าและพุ่มกล้าไม้ที่เพิ่งผลิใบเขียวใสทั่วไปหมด ตัวแย้วิ่งปรู๊ดลงรู สัตว์อื่นถ้าอยู่แถวนั้นก็คงจะหนีเหมือนกันเห็นแต่นกแซงแซวดำบินโฉบกินแมลงที่หนีไฟ เดี๋ยวก็บินไปกกไข่ในรัง ดูมันไม่เดือนร้อนกับควันไฟเลย

Read the rest of this entry »

Copy-of-lady-under-trees-600x398

บ่ายวันหนึ่งกับคลื่นความร้อนแสนร้อนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันหยิบขวดน้ำเปล่าที่ทดลองเด็ดใบโรสแมรี่สดจากกระถางบนระเบียงบ้านมาหนึ่งกำ ใส่ลงไปแช่ในขวดน้ำตั้งแต่เช้า แค่เปิดขวด กลิ่นโรสแมรี่ก็พวยพุ่งออกมาแตะจมูก รู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด ยิ่งได้ดื่มน้ำเย็นๆ ฉ่ำกลิ่นโรสแมรี่จากขวดนั้น ยิ่งเหมือนได้ชุบชีวิตตื่นขึ้นมา มีเรี่ยวแรงขึ้นมาในบัดดล

Read the rest of this entry »

Hiking-in-Forest-Park-Portland

เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมเราจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี่กระเปร่าเมื่อได้ออกไปเดินในป่า หรือแม้แต่แค่สวนร่มรื่น?

เพราะอากาศสดชื่น? เพราะสีเขียวสบายตา? เพราะเพลินเพลิดกับเสียงนกร้องจิ๊บๆ? เพราะฉันโลกสวย?

คำตอบไม่หยุดง่ายๆ ผิวๆ แต่เพียงแค่นี้ ไม่นานมานี้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้ศึกษากลไกทางระบบหายใจที่ทำให้เราสดชื่นกระปรี่กระเปร่าในป่า และพบว่ามันมีปัจจัยสำคัญอยู่สามตัว

Read the rest of this entry »

Screen Shot 2559-02-02 at 1.04.44 PM.png

จำหนังเรื่อง “อวตาร” ได้ไหม? บนดาวดวงนั้นมีต้นไม้แม่ที่แผ่เส้นใยแห่งชีวิต เชื่อมโยงสรรพสิ่งไว้ด้วยกัน ถ่ายทอดพลังและสื่อสารทุกชีวิตต่อกัน

บนโลกของเราเองก็มีโครงข่ายการเชื่อมต่ออยู่หลายระบบ ระบบสำคัญที่ออกจะคล้ายหนัง “อวตาร” เป็นโครงข่ายใยที่มองเห็นได้ จับต้องได้ แต่มวลส่วนใหญ่ต้องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ คือโครงข่ายเส้นใยมีชีวิตของรา ศัพท์ชีวะเรียกว่าไมซีเลียม (mycelium)

Read the rest of this entry »

Meiji Jingu

ถ้าถามว่าสถานที่อันเป็นอัตลักษณ์ของโตเกียวคืออะไร บางคนอาจนึกถึงหอโตเกียว ซึ่งดูเหมือนหอไอเฟิลปลอมๆ สีส้ม หลายคนนึกถึงทางข้ามม้าลายชิบูย่า แต่สำหรับฉัน ความทรงจำวิเศษสุดของโตเกียวคือป่าเมจิจิงกุ

Read the rest of this entry »

unnamed

เกาะชิโกกุของญี่ปุ่นเป็นสถานที่ในตำนาน เป็นบ้านเกิดของพระกุไกหรือโกโบไดชิผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายชินงอนในต้นคริสตศตวรรษที่ 9 และริเริ่มการปฏิบัติธรรมเดินแสวงบุญ “โอเฮงโระ” ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นเส้นทางเดินแสวงบุญ 88 วัดทั่วเกาะ ระยะทางเกือบ 1,300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินนานนับเดือน ผ่านป่าเขาชัน

ชิโกกุจึงมีภาพพจน์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมเก่าแก่ มีกลิ่นอายของรุกขเทพจิตวิญญานป่าเก่า เป็นดินแดนแห่ง “ญี่ปุ่นที่ลับเลือน” (Lost Japan)

ฉันจึงตื่นเต้นมากเมื่อได้โอกาสไปเยือนจังหวัดโทขุชิมะทางด้านตะวันออกของเกาะชิโกกุ คณะของเราประกอบไปด้วยผู้ได้รับทุน Asian Leaders Fellowship Program (ALFP) 8 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย จากสาขาอาชีพต่างๆ กัน เราพักกันที่เมืองคามิยามา เป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่เผชิญชะตากรรมสังคมคนแก่เช่นเดียวกับเมืองชนบทอื่นๆ ทั่วญี่ปุ่น ประชากรลดลงไปเรื่อยๆ ทิ้งบ้านเก่ารกร้างไว้ทั่ว แต่เมืองคามิยามาได้หาวิธีฟื้นฟูชีวิตเมือง สร้างเสน่ห์ดึงดูดคนหนุ่มสาวจากเมืองใหญ่เข้ามาตั้งรกรากอัดฉีดชีวิตขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง

แนวทางสร้างสรรค์ชุบชีวิตของชุมชนคามิยามาคือสิ่งที่ทางเจ้าภาพญี่ปุ่นอยากพาเรามาดู เป็นเรื่องที่ต้องขอเก็บไว้เล่ากันเต็มๆ ในโอกาสต่อไป แต่วันนี้อยากเล่าถึงสิ่งที่สังเกตเห็นเองรอบตัวที่ไม่มีใครตั้งใจให้ดูและอธิบายให้ฟัง

คามิยามาตั้งอยู่ในหุบริมแม่น้ำ จากเมืองมีถนนแคบชันตัดขึ้นเขาไปถึงวัดโชซันจิ ซึ่งเป็นวัดสำคัญในเส้นทางแสวงบุญ รู้สึกว่าตามลายแทงจะถือว่าเป็นวัดภูเขาแห่งแรกบนเส้นทาง

แค่รถหักเข้าเขตป่าเราทุกคนก็ตื่นตาตื่นใจ เพราะมันร่มครึ้มไปด้วยดงสนซีดาร์และไซเปรสญี่ปุ่นขนาดใหญ่สูงลิ่ว ยิ่งตรงบริเวณวัดนั้นมีต้นยักษ์ๆ มากมายหลายต้น อายุร้อยปีเป็นอย่างน้อย ใหญ่กว่าในโซนป่าทั่วๆ ไปใกล้เมือง

ความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ตรึงเราเหมือนถูกมนต์สะกด แต่เมื่อมองออกไปทั่วๆ ดูทิวเขารายล้อมทั้งหุบ ก็ให้เอะใจว่ามันมีแต่เจ้าซีดาร์และไซเปรสอยู่แค่สองชนิดเป็นหลัก มีเพียงไม่กี่หย่อมที่เห็นดงไผ่หรือต้นก่อ เมเปิล และไม้ผลัดใบอื่นๆ แซม

แม้ว่าซีดาร์และไซเปรสสองชนิดนี้จะเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่มันก็แปลกอยู่ดี

เขาแถบนี้ไม่ได้สูงมาก และถ้ากางแผนที่โลกออกมาดูจะพบว่ามันอยู่บนเส้นรุ้งแนวเดียวกับมอร็อคโค ตอนเหนือของทวีปอาฟริกา ห่างไกลจากโซนป่า boreal ใกล้ขั้วโลกมากนัก ป่าธรรมชาติจึงน่าจะเป็นป่าสนผสมไม้ผลัดใบชนิดต่างๆ ว่าไปแล้วต้นไม้ท้องถิ่นที่เป็นไม้กึ่งเขตร้อน เช่น ปาล์มใบพัดจีนและยี่เข่ง ยังพบได้เหนือถึงโตเกียว แล้วทำไมที่นี่จึงมีแต่สนสองชนิดเป็นเทือกๆ สุดสายตา โดยเฉพาะซีดาร์ญี่ปุ่น?

กดไอโฟนถามลุงกู พลันข้อมูลก็ทะลักหลั่งไหลออกมา มันเป็นหายนะจากนโยบายรัฐบาลหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฟื้นประเทศ และต้องการให้ญี่ปุ่นมีทรัพยากรไม้พึ่งตัวเองอย่างพอเพียง โดยมองว่าต้นไม้อื่นๆ ไม่มีค่า ปลูกซีดาร์และไซเปรสดีกว่า โตก็เร็ว ทำฟืนก็ได้ สร้างบ้านก็ดี แมงไม่กิน

เขาญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยซีดาร์แน่นทึบ ความว่าแถบเขาฟูจิก็เป็นเช่นนี้ ใครเคยไปคงเห็นกันแล้ว แต่ญี่ปุ่นกลับหันไปใช้ไม้จากป่าเขตร้อนเอเชีย ทิ้งป่าสนปลูกให้กลายเป็นป่าร้างความหลากหลายทางชีวภาพ บดบังแสงไม่ให้ต้นอื่นขึ้น ไม่มีอาหารให้สัตว์ รากตื้นของมันไม่เก็บน้ำและไม่ยึดหน้าดิน เกิดภัยน้ำหลากดินถล่มได้ง่าย ถล่มแล้วก็ใช่จะเปิดโอกาสให้ต้นอื่นขึ้นได้ เพราะไม่มีต้นพ่อต้นแม่มาทิ้งเมล็ด แถมป่าซีดาร์ยังปล่อยเกสรฟุ้งกระจายถึงขั้นเห็นเป็นหมอกละอองเรณู คนป่วยแพ้เกสรรุนแรงกันมากมาย

เป็นข้อมูลที่คนญี่ปุ่นไม่เล่าให้เราฟัง แต่ใครออกไปเที่ยวเดินป่านอกเมืองก็เห็นกันทั้งนั้น

ย้อนกลับมาที่เมืองคามิยามา ตอนเช้าฉันออกไปเดินริมแม่น้ำ ดูเผินๆ ก็งดงามดั่งโปสการ์ด ถ่ายรูปขึ้นเฟซบุ๊คเพื่อนก็อิจฉา แต่ในรายละเอียดมันส่อความผิดปกติอยู่หลายประการ เล่าไม่ไหว ยาวเกิน เอาเป็นว่ามันสอดคล้องกับข้อมูลน้ำหลากรุนแรงจากป่าซีดาร์ อย่างไรก็ตาม ฉันเห็นรอยเท้ากวางหลายรอย ดีใจมาก กลับไปเล่าให้ทุกคนฟังในวงกินข้าวเช้า

บังเอิญมีคนทำอีโคทัวร์ญี่ปุ่นมาพักอยู่ด้วย เป็นคนอเมริกันเกิดในญี่ปุ่น เขาเล่าว่าประชากรกวางและหมูป่าที่เพิ่มขึ้นกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าไม่มีสัตว์ผู้ล่าคอยควบคุม แต่ในช่วง 20 ปีมานี้มันเริ่มรุกเข้ามาในเมือง กินพืชไร่ทำลายนา

มันรุกลงมาเพราะป่าสนซีดาร์-ไซเปรสไม่ค่อยมีอาหาร และตอนนี้เมืองไม่ค่อยมีคน

แต่ก่อนคนเคยขึ้นเขาไปหาของป่าบ้างไรบ้าง เดี๋ยวนี้คนแก่เฒ่า เหลือกันอยู่น้อย ร้างไปทีละหลังสองหลัง

แม้ว่าเมืองนี้จะเริ่มมีคนหนุ่มสาวย้ายจากเมืองใหญ่เข้ามาอยู่ แต่ก็เป็นคนวงการไอที ตามมาด้วยคนเปิดร้านอาหารต่างๆ ไม่ใช่คนตัดฟืนหาเห็ดป่า

ทางออกหนึ่งจึงกลับไปสวมบทบาทผู้ล่า จับหมูป่ามาทำไส้กรอกกิน

บางพื้นที่เริ่มมีแผนฟื้นฟูป่าระยะยาว ทะยอยตัดสนซีดาร์และไซเปรสออก เพื่อปลูกไม้ผลัดใบพื้นถิ่นดั้งเดิมเข้าไปแทน เป็นมาตรการสำคัญในการกอบกู้ระบบนิเวศ และเพิ่มอาหารธรรมชาติให้สัตว์ป่า

แต่เราไม่คิดว่ากวางและหมูป่าจะถอยร่นกลับขึ้นเขาไปง่ายๆ ตราบใดที่คนอยู่กันน้อย

ต่อให้ไม่มีผลผลิตจากสวนไร่นาชาวบ้านเป็นอาหารดึงดูด พวกมันก็คงอยากหากินในที่ลุ่ม ซึ่งอุดมสมบูรณ์กว่า ใช้ชีวิตง่ายกว่า อย่าลืมว่านี่คือบ้านเดิมของมันที่มนุษย์มายึดไปจนหมด ขับไล่ไสส่งมันขึ้นเขา

สังคมญี่ปุ่นอาจมองว่า ประชากรร่อยหรอในชนบทเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่บางที มองอีกมุมหนึ่ง หมู่บ้านเมืองเล็กหดหายไปบ้างบางแห่งอาจเป็นเรื่องที่ดี เพราะเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้หวนคืน และถ้าให้ดี ก็น่าจะคืนสัตว์ผู้ล่าอย่างหมาป่าเข้าไปควบคุมกวางสร้างความสมดุลย์

ปล่อยพวกเขาอยู่ในหุบที่ไม่มีเราบ้าง แล้วเขาจะช่วยดูแลระบบนิเวศให้แก่เรา

กรุงเทพธุรกิจ, ตุลาคม 2558

Screen Shot 2558-09-02 at 4.12.39 PM

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 มีข่าวเล็กๆ จากกรมประมง ประกาศให้ปลากระโห้เป็นสัญญลักษณ์ของกรุงเทพ

ทำไมข่าวนี้จึงสำคัญ?

Read the rest of this entry »

ป่าทุ่งใหญ่

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผู้เขียนเข้าไปทำงานกับมูลนิธิสืบฯ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ป่าแห่งนี้เป็นหนึ่งในตำนานอาถรรพ์ป่าตะวันตกคู่บ้านคู่เมืองไทย

Read the rest of this entry »